วันจันทร์, ธันวาคม 15, 2551

เอเลี่ยนรักษ์โลก


เวอร์ชั่นออริจินัลของ The Day the Earth Stood Still ถูกสร้างขึ้นในปี 1951 ณ ช่วงเวลาที่สงครามเย็นกำลังคุกรุ่นและความเป็นไปได้ของการใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อยุติความขัดแย้งเริ่มพุ่งทะลักจุดแตก มันจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะอ่านการมาเยือนของมนุษย์ต่างดาวในหนังเรื่องนี้ว่ามีจุดมุ่งหมายเพื่อตักเตือนมนุษย์ให้เลิกสั่งสมอาวุธสงครามอันตราย ก่อนโลกจะถูกระเบิดจนกลายเป็นผุยผง

57 ปีผ่านไป เรารอดพ้นสงครามนิวเคลียร์มาได้ (แม้จะมีฮึ่มๆ กันอยู่บ้างในบางจุด แต่มันไม่ได้สร้าง “อารมณ์ร่วม”รุนแรงเหมือนในสมัยก่อน) ทว่าต้องเผชิญภัยคุกคามแบบใหม่ที่กำลัง “อินเทรนด์” ในยุคปัจจุบัน นั่นคือ ภาวะโลกร้อน ด้วยเหตุนี้ เอเลี่ยนจึงต้องมาเยือนโลกอีกครั้งใน The Day the Earth Stood Still เวอร์ชั่นรีเมค เพื่อตักเตือนมนุษย์ให้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ก่อนระบบนิเวศน์จะถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงประการสำคัญ ได้แก่ อาวุธที่พวกเอเลี่ยนใช้มีรูปร่างเหมือนฝูงแมลงจำนวนนับล้านๆ ซึ่งจะกัดกินทุกอย่างที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น รวมทั้งตัวมนุษย์เองด้วย แต่จะไม่ทำลายเหล่าต้นไม้ใบหญ้า ภาพที่ปรากฏจึงให้ความรู้สึกเหมือนการเอาคืนของธรรมชาติมากกว่าการโจมตีของสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว ขณะเดียวกันในฉากสุดท้าย เมื่อเอเลี่ยนจากไปพร้อมปรากฏการณ์ “โลกหยุด” ตามชื่อหนัง (ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีการสื่อสาร เครื่องขุดเจาะน้ำมันหยุดทำงาน ฯลฯ) มันก็เป็นเหมือนคำสอนให้มนุษย์ฉุกคิด แล้วหันกลับมามองความเจริญก้าวหน้าทั้งหลาย รวมถึงผลกระทบของมันต่อโลกโดยรวม

นอกจากนี้หนังยังได้ตีแผ่สัญชาตญาณด้านมืดของมนุษย์ควบคู่กันไป (“พวกคุณปฏิบัติต่อโลกเหมือนพวกคุณปฏิบัติต่อมนุษย์ด้วยกัน”) โดยเฉพาะกลไกตั้งตนเป็นปฏิปักษ์ต่อ “ความแตกต่าง” ดังจะเห็นได้จากการระดมขนอาวุธหนักจำนวนมากมาล้อมรอบวัตถุแปลกปลอมและต้อนรับการมาเยือนของมนุษย์ต่างดาวด้วยกระสุนปืน ทั้งที่พวกมันไม่ได้แสดงท่าทีคุกคาม หรือเริ่มต้นทำร้าย หรือทำลายล้างสิ่งใด

บางทีนั่นอาจเป็นคำอธิบายว่าทำไมหนังถึงเลือกจะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดให้นางเอกมีลูกเลี้ยงเป็นเด็กผิวสี (แถมได้อารมณ์ร่วมสมัยกับประธานาธิบดีคนใหม่) ด้วยความความแตกต่างถึงสองชั้น (แม่เลี้ยง + ผิวขาว) มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองจะลุ่มๆ ดอนๆ ก่อนสุดท้ายจะสามารถปรับความเข้าใจกันได้ทันเวลาพอดิบพอดี เพื่อแสดงให้เอเลี่ยนมองเห็นประกายความหวังในตัวมนุษย์และสั่งยกเลิกการโจมตี

โรเจอร์ อีเบิร์ต เขียนแซวว่าสิ่งที่มนุษย์ต่างดาวต้องการจะบอกกับชาวโลกใน The Day the Earth Stood Still ฉบับรีเมคคือ เรา (อเมริกา) ควรจะเลือก อัล กอร์ เป็นประธานาธิบดีตั้งแต่แรก ขณะเดียวกัน เมื่อหนังแสดงให้เห็นวิธีตอบโต้ภัยคุกคามอย่างโง่เขลาด้วยความรุนแรงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งไม่ปรากฏโฉมหน้าให้คนดูเห็นเพราะเขาถูกนำไป “เก็บตัวไว้ในสถานที่ปลอดภัย” แล้ว มันก็เหมือนจะเป็นการล้อเลียนผู้นำบางคนในโลกแห่งความเป็นจริงอยู่กลายๆ

มนุษย์พร้อมจะเปลี่ยนแปลงแล้วจริงหรือ? ชัยชนะของ บารัค โอบามา และการปรากฏตัวขึ้นของหนังอย่าง The Day the Earth Stood Still อาจบ่งบอกแนวโน้มในแง่ดีว่าเรากำลังตระหนักถึงปัญหา... แต่เรากล้าหาญพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรอย่างแท้จริงหรือไม่ นั่นคงต้องรอดูกันต่อไป

3 ความคิดเห็น:

เด็กโหง่ย กล่าวว่า...

เพิ่งได้ไปดูมาเหมือนกัน (เมื่อวานนี้เอง อิอิ)
อย่างที่พี่ Riverdale บอกอ่ะคับ
we can change ได้จริงๆหรือ

แม้บางฉากมัน"เลี่ยน"ไปนิด
แต่ก็ดูสนุกดีเหมือนกันนะเนี่ยะ นึกว่าจะหลับ...

Riverdale กล่าวว่า...

มันก็ต้อง เลี่ยน สิ ก็มันเป็นหนัง เอเลี่ยน นี่ ว่าแต่เด็กโหง่ยก็เลี่ยนด้วยเหรอ นึกว่า เอ จะเลี่ยนแค่คนเดียว... ตะลุงตุ้งแช่

เด็กโหง่ย กล่าวว่า...

^
^
^
เอ่อ...ไม่ต้องตอบก็ได้นะคับ
เกรงใจจัง ตั้งเอง...ตบเอง...เงียบกริบ(ซะอีก)