วันพฤหัสบดี, มีนาคม 06, 2551

Short Replay: Bully


ไม่มีนักทำหนังคนไหนจะสะท้อนด้านมืดของวัยรุ่นได้เถรตรงและรุนแรงเทียบเท่ากับ แลร์รี่ คลาค ผลงานกำกับสุดอื้อฉาวเรื่องแรกของเขาอย่าง Kids (1995) สำรวจพฤติกรรมมั่วเซ็กซ์ของเหล่าวัยรุ่น ส่วน Bully ผลงานกำกับชิ้นที่สามได้เปลี่ยนมาพูดถึงประเด็นความรุนแรง โดยดัดแปลงมาจากเหตุการณ์จริงเมื่อปี 1993 เรื่องราวของกลุ่มเด็กมัธยมที่ร่วมลงมือกันฆ่านักเลงประจำโรงเรียนคนหนึ่ง

หนังไม่ได้สร้างความน่าเห็นใจให้กับฝ่ายใด จริงอยู่ บ็อบบี้ (นิค สตาห์ล) เป็นตัวละครที่ชั่วร้าย น่ารังเกียจ อย่างเห็นได้ชัด เขาข่มเหงเพื่อนสนิท มาร์ตี้ (แบรด เรนโฟร) ในทุกๆ ทาง และข่มขืนหญิงสาวโดยไม่ยั้งคิด แต่มาร์ตี้กับกลุ่มเพื่อนที่ร่วมวางแผนกันฆ่าบ็อบบี้ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่ พวกเขาใช้ชีวิตว่างเปล่าเฉื่อยแฉะในย่านชานเมืองโดยไร้จุดหมาย วันๆ เอาแต่มั่วสุมกันตามร้านวีดีโอและร้านฟาสต์ฟู้ด พวกเขาขาดแรงบันดาลใจ จินตนาการ และความกล้าหาญพอจะฉุดตัวเองให้หลุดพ้นจากสภาพแวดล้อมอันผุพัง ไร้อนาคต ขณะเดียวกันบุคคลรอบข้างพวกเขาก็ดูเหมือนจะไม่สนใจใยดีสักเท่าไหร่ ความรุนแรงเริ่มผุดขึ้นจากประกายความคิด โดยอิทธิพลของเหล้า เซ็กซ์ และความเบื่อหน่าย ก่อนจะถูกขยายเป็นจริงเป็นจังเมื่อเกิดการก่อตัวรวมกลุ่ม

คลาคจับอารมณ์ว้าวุ่นและเรื่อยเปื่อยของวัยรุ่นได้แบบอยู่หมัด เช่นเดียวกับความสมจริงของฉากฆาตกรรม ซึ่งยุ่งยาก เลอะเทอะ และโหดร้าย หนังของเขาปราศจากความประนีประนอม จนเมื่อดูจบคุณอาจรู้สึกเหมือนเพิ่งถูกชกเข้าจังๆ ที่หน้าท้อง ก่อนอาการจุกเสียดจะเริ่มแปรผันเป็นความหดหู่ สิ้นหวัง... หลังจากคุณพลันตระหนักว่าเด็กเหล่านี้ไม่ได้โง่เขลาเพราะสิ้นไร้ทางออก หากแต่เพราะพวกเขาเลือกจะจมปลักเยี่ยงนั้นต่างหาก